ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของเรา

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog ของเรา

วันพฤหัสบดีที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิจัยชี้ลูกค้ารอซื้อ"แท็บเล็ต" Amazon

ผลการสำรวจวิจัยตลาดของ Retrevo ระบุว่า ผู้บริโภคมากกว่าครึ่งหนึ่งมีความตั้งใจจะซื้อ "แท็บเล็ต" (tablet) ของแอมะซอน (Amazon) ซึ่งเป็น "แท็บเล็ต" สายพันธุ์แอนดรอยด์ (Android) ที่คาดว่าจะวางตลาดในช่วงเดือนตุลาคม ศกนี้ โดยทางบริษัทหมายมั่นให้เป็นคู่แข่งของไอแพด (iPad) จากแอปเปิ้ล (Apple)

คลิกเพิ่ออ่านข้อมูลเพิ่มเติม

ผู้บริโภคมีความสนใจ"แท็บเล็ต"ทางเลือกที่มีราคาถูกกว่า iPad ของ Apple และดูเหมื่อนจะสนใจเป็นพิเศษสำหรับ "แท็บเล็ต" จาก Amazon โดยผลสำรวจจากนักช้อปสินค้าอิเล็กทรอนิกส์บนเว็บไซต์ระบุว่า 55% ของผู้ร่วมตอบแบบสอบถาม 1,000 รายเลือก"แท็บเล็ต"ของ Amazon ซึ่งคาดว่า มันจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 3.0 Honeycomb โดยแท็บเล็ตของ Amazon ถูกเลือกนำโด่งจากแท็บเล็ตของผู้ผลิตรายอื่นๆ อย่างไรก็ตาม Retrevo เตือนว่า ข้อมูลที่ได้นี้มีโอกาสเพี้ืยนได้ เนื่องจากผู้บริโภคอาจเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะ Amazon ที่มีสองฐานะคือ ผู้ผลิต Kindle กับค้าปลีกออนไลน์ เพราะนั่นหมายความว่า ผู้บริโภคบางรายอาจต้องการตอบว่า ซื้อ"แท็บเล็ต"ที่เว็บไซต์ Amazon ไม่ได้หมายถึงซื้อ "แท็บเล็ต" ของ Amazon


อย่างไรก็ดี ในจำนวนนี้ 38% ตอบว่า พวกเขาจะซื้อแท็บเล็ตของผู้ผลิตอย่าง Samsung หรือ Dell และ 31% อ้างว่า พวกเขาจะซื้อ Motorola หรือ HP Palm นอกจากนี้ประมาณ 1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามเลือก BalckBerry PlayBook และ 21% เลือก Nook ของ B&N ในส่วนของ "แท็บเล็ต" ของ Amazon ตามรายงานข่าวที่มีกันออกมาก่อนหน้านี้ระบุว่า มันจะทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android และมีหน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิัว ผู้ใช้สามารถเชื่อมโยงกับร้าน เพื่อดาวน์โหลดคอนเท็นต์ชนิดต่างๆ ได้มากมาย นอกเหนือจาก อีบุ๊ค ไม่ว่าจะเป็นบริการ Amazon MP music & Cloud Player และ Amazon Instant Video ความคาดหวังของผู้บริโภคที่มีต่อ"แท็บเล็ต"ของ Amazon ก็คือ ราคาต่ำกว่า 250 เหรียญฯ (ประมาณ 7,500 บาท) หรือครึ่งหนึ่งของ iPad 2 ซึ่งหากทำได้ ก็ต้องถือว่า Amazon เป็นคู่แข่งที่น่ากลัวของ Apple


ข่าวจาก arip 
แอปเปิล (Apple) ประกาศความสำเร็จ สามารถจำหน่ายแท็บเล็ต "ไอแพด (iPad)" ได้เกิน 9 ล้านเครื่องตลอดเดือนเม.ย.-มิ.ย.ที่ผ่านมา ยอดขายแซงหน้าคอมพิวเตอร์แมคอินทอชซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล ดั้งเดิมของบริษัทเรียบร้อย ล่าสุดมีแผนเปิดร้านแอปเปิลสโตร์สำหรับขายปลีกสินค้าแอปเปิลเพิ่มอีก 30 สาขาภายในเดือนก.ย.นี้ คาดฮ่องกงจะเป็นพื้นที่อันดับต้นๆที่แอปเปิลจะรุกหนักอย่างจริงจังนับจากนี้

ปีเตอร์ โอเปนไฮเมอร์ (Peter Oppenheimer) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน บริษัท แอปเปิล กล่าวในระหว่างการแถลงข่าวผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัท (เม.ย.-มิ.ย.) ว่าแอปเปิลมีนโยบายเพิ่มจำนวนร้านแอปเปิลสโตร์ซึ่งมีสาขากว่า 327 แห่งทั่วโลกในช่วงไตรมาสปัจจุบัน เพื่อเพิ่มจำนวนผู้เข้าชมให้มากกว่า 73.7 ล้านคนที่นับได้ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา

'รายได้จากร้านค้าปลีกแอปเปิลตลอด 3 เดือนที่ผ่านมาคิดเป็น 3.5 พันล้านเหรียญ เมื่อหารกับจำนวนสาขา 327 แห่งจะพบว่าแต่ละสามารถสร้างยอดขายเฉลี่ยแห่งละ 10.8 ล้านเหรียญ แอปเปิลมีแผนเพิ่มสาขาอีก 30 แห่งภายในไตรมาส 4 (ไตรมาส 4 ปีการเงิน 2011 ของแอปเปิลจะสิ้นสุดในเดือนก.ย.) หลังจากแอปเปิลได้เปิดร้านเพิ่มไปแล้ว 4 สาขาช่วงไตรมาสที่ผ่านมา คาดว่าจะสามารถเปิดได้ครบ 40 สาขาภายในปีการเงิน 2011'

แผนขยายกิจการครั้งนี้ของแอปเปิลถูกเปิดเผยพร้อมผลประกอบการไตรมาสล่าสุด ซึ่งแอปเปิลระบุว่าสามารถจำหน่ายไอโฟนได้ 20.34 ล้านเครื่อง ที่น่าสนใจคือยอดจำหน่ายแท็บเล็ตไอแพดนั้นมีจำนวน 9.25 ล้านเครื่อง สูงขึ้นจากเดือนม.ค.-มี.ค.ซึ่งแอปเปิลจำหน่ายไอแพดได้ 4.6 ล้านเครื่องถึง 2 เท่าตัว โดยแอปเปิลระบุว่ารายได้จากไอแพดและอุปกรณ์เสริมต่างๆนั้นมีมูลค่า 6 พันล้านเหรียญ คิดเป็นสัดส่วน 21% ของรายได้ทั้งหมดของแอปเปิล

ขณะที่เครื่องแมคอินทอชกลับไม่สามารถทำยอดขายหวือหวาเท่า โดยแอปเปิลระบุว่าคอมพิวเตอร์แมคอินทอชสามารถขายได้เพียง 3.95 ล้านเครื่องในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา คิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้น 14% เท่านั้น

แท็บเล็ตนั้นเป็นสินค้าที่ถูกมองว่าเป็นตัวการทำให้ตลาดพีซีสั่นคลอน โดยยอดจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลกนั้นไม่เติบโตเท่าที่ควรเพราะ กระแสความนิยมในผลิตภัณฑ์แท็บเล็ตระบบปฏิบัติการสมาร์ทโฟนเหล่านี้ การที่ไอแพดมียอดขายเหนือกว่าคอมพิวเตอร์แมคอินทอชจึงทำให้นักวิเคราะห์มอง ว่า แม้แต่ธุรกิจพีซีของแอปเปิลก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย จุดนี้ ทิม คุ้ก (Tim Cook) ประธานฝ่ายปฏิบัติการบริษัทแอปเปิลเชื่อว่าตลาดคอมพิวเตอร์พีซีซึ่งใช้ระบบ ปฏิบัติการวินโดวส์นั้นจะได้รับผลกระทบมากกว่า

'เรายอมรับว่าลูกค้าบางส่วนตัดสินใจซื้อไอแพดแทนแมคอินทอชในไตรมาสนี้ แต่เราเชื่อว่าลูกค้าส่วนใหญ่ซื้อไอแพดแทนที่จะซื้อพีซีระบบปฏิบัติการวิ นโดวส์'

ยอดจำหน่าย 9.25 ล้านเครื่องนั้นถือว่าสูงมากหากเทียบกับจำนวนการจัดส่งพีซีตลอดเดือน เม.ย.-มิ.ย.ซึ่งการ์ทเนอร์สำรวจพบว่ามีจำนวน 84 ล้านเครื่อง ซึ่งผู้ผลิตพีซีรายใหญ่ทั้ง 5 ของโลกอย่างเอชพี เดลล์ เลอโนโว เอเซอร์ และเอซุส รวมถึงโตชิบาและผู้ผลิตรายอื่นต่างต้องปรับตัวและหนีตายจากตลาดพีซีที่มี อัตราการเติบโตเพียง 2.3% เท่านั้นในไตรมาสนี้ ผิดจากไตรมาสเดียวกันในปีก่อนหน้าที่มีอัตราเติบโตสูงถึง 14%

สำหรับผลประกอบการไตรมาสล่าสุดแอปเปิลระบุว่าสามารถทำรายรับรวม 2.85 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา (ราว 8.61 แสนล้านบาท) คิดเป็นอัตราเติบโต 82% ต่อปี ทำให้มีกำไรสุทธิสูงถึง 7.79 พันล้านเหรียญ (ประมาณ 2.35 แสนล้านบาท) สูงกว่าเดือนม.ค.-มี.ค. หรือไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งแอปเปิลสามารถทำยอดขายได้ 2.5 หมื่นล้านเหรียญ มูลค่ากำไร 6 พันล้านเหรียญ

ข่าวจาก Manager 
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น