ยินดีต้อนรับสู่ Blog ของเรา

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Blog ของเรา

วันศุกร์ที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554

“iPad 3” มาแน่ปีหน้า?


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
สื่อต่างประเทศพร้อมใจประโคมข่าวแอปเปิล (Apple) จะเริ่มเปิดสายการผลิตแท็บเล็ตไอแพด (iPad) รุ่นถัดไปในเดือน ต.ค. โดยจะร่วมมือกับผู้ผลิตชิ้นส่วนและโรงงานประกอบเครื่องในเอเชียเพื่อให้ทันการวางจำหน่ายในปี 2012 
      
       ขณะที่นักวิเคราะห์เชื่อว่าไอแพดรุ่นหน้าจะมาพร้อมการต่ออินเทอร์เน็ตไร้สายความเร็วสูงพิเศษ 4G เช่นเดียวกับไอโฟน (iPhone) สมาร์ทโฟนรุ่นถัดไปที่กำลังอยู่ระหว่างการทดสอบ 4G LTE และมีแนวโน้มใกล้เปิดตัวมากในขณะนี้
      
       มั่นใจ iPad 3 คลอดปี 2012
      
       นอกจากวอลล์สตรีทเจอร์นัลจะอ้างแหล่งข่าวนิรนามว่าเดือน ต.ค.ที่จะถึงนี้ คือเวลาเปิดสายการผลิตแท็บเล็ตไอแพดรุ่นต่อไป หรือที่ถูกเรียกอย่างไม่เป็นทางการว่า iPad 3 ของแอปเปิล แต่สื่อใหญ่อเมริกันยังระบุว่า iPad 3 ยังจะมาพร้อมหน้าจอความละเอียดสูง 2048x1536 พิกเซล ภาพคมชัดกว่ารุ่นปัจจุบัน iPad 2 ที่รองรับความละเอียด 1024x768 พิกเซล
      
       อย่างไรก็ตาม คำยืนยันของแหล่งข่าววอลส์สตรีทเจอร์นอลขัดแย้งกับรายงานจากสำนักข่าวดิจิไทมส์และทีไอพีบี ที่รายงานก่อนหน้านี้ว่าแอปเปิลได้ยกเลิกแผนพัฒนาหน้าจอความละเอียด 2048 x 1536 สำหรับ iPad 3 ไปแล้ว เนื่องจากกระบวนการผลิตหน้าจอความละเอียด 2048 x 1536 หรือ Retina Display นั้นยังไม่สามารถพัฒนาให้ได้มาตรฐานตามที่แอปเปิลพอใจ โดยหากแผนดังกล่าวถูกยกเลิกจริง โอกาสที่สาวกแอปเปิลจะได้เห็นไอแพดรุ่นใหม่จึงอาจต้องผ่านพ้นกลางปี 2012 ไปก่อน
      
       รายงานของวอลส์สตรีทเจอร์นัลนั้นระบุเพียงว่า ซัปพลายเออร์ผู้ผลิตชิ้นส่วนไอแพดต่างกำลังเร่งมือพัฒนามาตรฐานการผลิตชนิดสุดกำลังในขณะนี้ เพราะแอปเปิลได้ออกคำสั่งผลิตชิ้นส่วนซึ่งเพียงพอต่อการประกอบเป็นไอแพดรุ่นต่อไปจำนวน 1.5 ล้านเครื่องตลอดช่วงไตรมาส 4 ปี 2011 แต่ยังไม่มีการกล่าวว่าแอปเปิลได้ล้มเลิกแผนการผลิตหน้าจอดังกล่าวตามข่าวที่ออกมา
      
       ด้านสำนักข่าว ABC News รายงานว่า ไอแพดรุ่นต่อไปจะมีความบางและเบากว่า iPad 2 ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติของสินค้าใหม่แอปเปิลที่จะมีรูปลักษณะที่เพรียวบางน่าใช้กว่าเดิม
      
       มี 4G เหมือนไอโฟน
      
       สื่ออเมริกันนั้นมองว่า ปี 2012 คือปีสำคัญแห่งการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุค 4G ของอุปกรณ์เคลื่อนที่หลายชนิดในตลาด ไอโฟนและไอแพดก็ไม่พ้นถูกมองว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของหลายผลิตภัณฑ์ที่จะขยายความสามารถให้ครอบคลุมเครือข่ายข้อมูลความเร็วสูงยุคหน้าเช่นกัน
      
       โดยหลายสำนักชี้ว่าแอปเปิลมีการเตรียมความพร้อมเรื่องการรองรับ 4G ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่อุปกรณ์ระบบปฏิบัติการ iOS 5 ทั้งไอแพดและไอโฟนรุ่นต่อไปจะรองรับ 4G 
      
       ความพร้อมของแอปเปิลเรื่อง 4G นั้นถูกกล่าวถึงในรายงานของสำนักข่าวฟอร์บส์ (Forbes) ซึ่งเผยแพร่เมื่อวันศุกร์ที่ 19 ส.ค.ที่ผ่านมาว่าแอปเปิลได้ประกาศรับสมัครงานในตำแหน่งวิศวกรทดสอบระบบที่มีประสบการณ์เคยทำงานกับเทคโนโลยี 4G ชนิด LTE มาก่อน ทำให้มีการฟันธงว่าแอปเปิลอาจสามารถสร้างต้นแบบอุปกรณ์ที่รองรับ LTE อยู่แล้ว แต่ต้องการวิศวกรเพื่อทดสอบประสิทธิภาพในการตรวจจับสัญญาณเครือข่าย รวมถึงประสิทธิภาพในการถ่ายโอนข้อมูลอื่นๆให้รอบด้านยิ่งกว่า
      
       ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวบีจีอาร์ (Boy Genius Report) รายงานข่าววงในว่า แอปเปิลและผู้ให้บริการเครือข่ายหลายรายกำลังทดสอบไอโฟนที่รองรับ LTE หลากรุ่นในขณะนี้ แถมยังยกชุดคำสั่งในระบบปฏิบัติการไอโอเอสเวอร์ชันหน้าอย่าง iOS5 มาวิเคราะห์ให้เห็นว่าทีมนักพัฒนาของแอปเปิลกำลังเตรียมสร้างความสามารถใหม่ที่รองรับ LTE อย่างจริงจัง โดยชุดคำสั่งเหล่านี้มาจากไฟล์ชุดคำสั่ง iOS 5 Beta 6 ที่แอปเปิลเพิ่งส่งให้นักพัฒนาในช่วงปลายสัปดาห์ที่่ผ่านมา
      
       ที่สำคัญ โอเปอเรเตอร์คู่ใจแอปเปิลอย่าง AT&T ยังเริ่มติดอุปกรณ์กระจายสัญญาณ 4G ในร้านแอปเปิลสโตร์หลายแห่งในสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะใช้เพื่อการสาธิตผลิตภัณฑ์ในร้านแอปเปิลแน่นอน
      
       แม้จะไม่มีข้อสรุปใดอย่างเป็นทางการ และ iOS 5 Beta 6 ก็ไม่ได้แน่นอนว่าจะเป็นเวอร์ชันที่ถูกวางจำหน่าย แต่การเปิดให้ผู้ให้บริการเครือข่ายทดสอบระบบ หรือการส่งชุดคำสั่งให้นักพัฒนาแอปพลิเคชันอิสระนั้นล้วนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติเมื่อผลิตภัณฑ์นั้นใกล้วางจำหน่าย ซึ่งทั้งหมดถูกแปลเป็นสัญญาณว่าไอโฟนและไอแพดที่รองรับ LTE นั้นใกล้จะวางตลาด แต่ปัญหาคือจะวางตลาดเมื่อใดเท่านั้นเอง
      
       Company Relate Link :
       Apple

ซัมซุงแจ้งเกิด Galaxy Y ลุย"สมาร์ทโฟนราคาต่ำ"


คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น

สมาร์ทโฟนราคาประหยัดที่สุดที่ซัมซุงจะเปิดตัวในงานแฟร์สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ IFA ที่ประเทศเยอรมนีในวันที่ 30 ส.ค.นี้คือ Galaxy Y ซัมซุงระบุว่า Y นั้นย่อมาจากคำว่า Young เพื่อสะท้อนจุดยืนการเป็นสมาร์ทโฟนสำหรับผู้เริ่มต้นซึ่งสามารถซื้อไปใช้งานในราคาไม่เกินเอื้อมบนคุณสมบัติเครื่องที่ไม่สูงนัก
   
       ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า Galaxy Y พร้อมระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread หน่วยประมวลผล 832MHz หน้าจอ LCD ทัชสกรีนขนาด 3 นิ้วความละเอียด 320 x 240 กล้องความละเอียด 2 ล้านพิกเซล รองรับเครือข่ายไร้สายความเร็วสูง 7.2Mbps HSDPA แบตเตอรีขนาด 1200mAh
   
       แม้จะมีราคาต่ำที่สุด แต่คุณสมบัติโดยรวมของ Galaxy Y นั้นไม่ด้อยกว่าสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์รุ่นอื่นของซัมซุง โดยมีส่วนติดต่อผู้ใช้ TouchWiz UI และโปรแกรมซึ่งซัมซุงพัฒนาขึ้นเองที่ติดมากับเครื่องเช่นเดียวกันกับรุ่นอื่น แต่จะแตกต่างที่ความละเอียดหน้าจอ
   
       Galaxy นั้นถือเป็นสินค้าเรือธงซึ่งซัมซุงปลุกปั้นขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับสมาร์ทโฟนรายอื่นในตลาด การเปิดตัว Galaxy Y ถือเป็นสิ่งที่สอดคล้องกับคู่แข่งซัมซุงอย่างแอปเปิล ซึ่งมีข่าวลือว่าจะเปิดตัวไอโฟนราคาประหยัดในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค.นี้เช่นกัน
   
       นอกจาก Galaxy Y ซัมซุงจะเปิดตัวสมาร์ทโฟนที่มีความสามารถเหนือกว่าเช่น Galaxy M Pro และ Galaxy Y Pro ในงาน IFA ด้วย ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมคีย์บอร์ด qwerty เพื่อความสะดวกในการพิมพ์ โดยตลาดบนจะเป็นหน้าที่ของ Galaxy W ซึ่งซัมซุงจะส่งมาแจ้งเกิดพร้อมหน้าจอ 3.7 นิ้ว 
   
       ข้อมูลล่าสุดระบุว่า Galaxy M-Pro นั้นย่อจาก Magical การันตีว่าเป็นสมาร์ทโฟนระดับกลางที่มีราคาซื้อหาได้ มาพร้อมหน้าจอ LCD ขนาด 2.66 นิ้วความละเอียด 480 x 320 หน่วยประมวลผล 1GHz กล้องดิจิตอลด้านหลัง 5 ล้านพิกเซลและด้านหน้า 3 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ขนาด 1350mAh ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 2.3 คาดว่าซัมซุงจะส่งมาลุยตลาดผู้ใช้กลุ่มนักธุรกิจ เนื่องจากจะติดตั้งแอปพลิเคชันจากบริษัทซอฟต์แวร์องค์กรอย่าง Cisco Mobile, Webex, Sybase Afaria และอื่นๆมาจากโรงงาน
   
       ขณะที่ Galaxy W นั้นย่อจากคำว่า Wonder เป็นสมาร์ทโฟนระดับสูงระบบปฏิบัติการ Android 2.3 Gingerbread ซึ่งมีหน่วยประมวลผล 1.4GHz หน้าจอ LCD ขนาด 3.7 นิ้วความละเอียด 800 x 480 รองรับระบบเครือข่ายข้อมูลความเร็วสูง 14.4Mbps HSDPA กล้องดิจิตอล 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่จุใจ 1500mAh
   
       คาดว่าน้องใหม่ตระกูล Galaxy ทั้ง 4 รุ่นจะได้รับความสนใจจากตลาด เนื่องจากพี่ใหญ่ในสายอย่าง Galaxy S และ S II ที่ซัมซุงเปิดจำหน่ายมานานกว่า 1 ปี นั้นมียอดขายรวมกันมากกว่า 5 ล้านเครื่องแล้วในขณะนี้
   
       อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีรายงานว่า Galaxy Y จะเคาะราคาจำหน่ายเท่าใด แต่ข้อมูลจากประชาสัมพันธ์ซัมซุงระบุว่าบริษัทต้องการขยายส่วนแบ่งตลาดในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ด้วยเครื่องที่มีราคาไม่ต่ำกว่า 200 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 6,000 บาท) เพื่อให้สามารถเข้าถึงตลาดที่อัตราการใช้งานสมาร์ทโฟนยังต่ำอยู่
   
       ทั้งหมดนี้ ซัมซุงเชื่อว่าสมาร์ทโฟนราคาประหยัดจะมีส่วนแบ่งตลาดเป็น 50% ของกลุ่มผู้ใช้ระดับเริ่มต้นได้ภายในปี 2015 โดยจะมีอัตราเติบโตต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมาซึ่งมีส่วนแบ่งราว 16%
   
       Company Related Link :
       Samsung

นักวิเคราะห์-นักลงทุนไม่ห่วง “แอปเปิล” หลัง “จ็อบส์” ลาซีอีโอ


ข่าวการลาออกของสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) จากตำแหน่งซีอีโอแอปเปิล อาจเป็นข่าวน่าใจหายสำหรับความรู้สึกใครหลายคน แต่ไม่ใช่สำหรับโลกเศรษฐกิจ เพราะนักวิเคราะห์เชื่อว่าการลาออกของจ็อบส์จะไม่ทำให้แอปเปิลอยู่ในสถานการณ์น่าเป็นห่วง อย่างน้อยก็ในระยะสั้น สำหรับนักลงทุน แม้มูลค่าหุ้นจะตกลงเล็กน้อยหลังการประกาศ แต่ก็ปรับตัวขึ้นมาเรียบร้อยแล้วในขณะนี้
     
       แอปเปิล ยักษ์ใหญ่วงการอิเล็กทรอนิกส์โลกออกแถลงการณ์ว่า สตีฟ จ็อบส์ ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ยื่นจดหมายลาออกจากการเป็นประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของบริษัทแล้วในวันพุธ (24) เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์หลังจากจ็อบส์ต้องลางานยาวเพื่อต่อสู้กับมะเร็งร้ายอย่างหนัก โดยทิม คุ้ก หัวหน้าคณะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการและการขายจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน ขณะที่จ็อบส์จะยังดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมการบริหารของบริษัทต่อไป
     
       แม้จ็อบส์จะถูกมองว่าเป็นจิตวิญญาณของแอปเปิล แต่ทีมบริหารแอปเปิลต่างมั่นใจว่าคุ้กเป็นบุคคลที่เหมาะสมจะเป็นซีอีโอคนต่อไปของแอปเปิล โดยคุ้กนั้นทำหน้าที่ซีอีโอบริษัทตลอดเวลาที่จ็อบส์ลาพักรักษาตัว และนำพาแอปเปิลให้เติบโตจนมีรายได้และผลกำไรนำหน้าคู่แข่งตามที่จ็อบส์ปูทางไว้
     
       ความเชื่อมั่นในแอปเปิลนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะการประกาศลางานยาวหลายเดือนเพื่อรักษาสุขภาพตลอด 3 ครั้งที่ผ่านมาของจ็อบส์นั้นไม่ได้ทำให้ความมั่นใจในแอปเปิลลดน้อยลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนักวิเคราะห์มองว่าแม้จ็อบส์จะเป็นผู้ริเริ่มการบริหารและวัฒนธรรมองค์กรหลักของแอปเปิล แต่การไม่ลงมาบริหารเองก็ไม่ได้แปลว่าวัฒนธรรมเหล่านี้จะจางหายไปด้วย 
คลิกที่ภาพเพื่อดูขนาดใหญ่ขึ้น
ทิม คุ้ก (Tim Cook) ซีอีโอแอปเปิลคนใหม่
จ็อบส์นั้นเคยประกาศต่อชาวโลกเมื่อปี 2004 ว่าได้เข้ารับการรักษาโรคมะเร็งในตับอ่อนจนหายดีแล้ว ก่อนจะออกมาอธิบายเหตุผลที่ร่างกายซูบผอมลงว่าเป็นเพราะภาวะ “ฮอร์โมนไม่สมดุล” ทำให้น้ำหนักตัวลดลงอย่างรวดเร็วในปี 2008 ซึ่งเป็นผลข้างเคียงของโรคมะเร็งตับอ่อนที่จ็อบส์เข้ารับการผ่าตัดไป หลังจากนั้นไม่นาน จ็อบส์ตัดสินใจเขียนอีเมลลางานเพื่อรักษาตัวตั้งแต่เดือนมกราคมถึงเดือนมิถุนายน 2009 (มากกว่า 5 เดือน) ซึ่งมีข่าวลือว่าจ็อบส์ได้รับการเปลี่ยนถ่ายตับในโรงพยาบาลมลรัฐเทนเนสซีแล้ว และผลการเปลี่ยนถ่ายเป็นที่น่าพอใจจนจ็อบส์ได้กลับเข้ามาทำงานจริงจังในเดือนมิถุนายน 2009
     
       ที่น่าสนใจคือ นักวิเคราะห์มองว่าการลุกจากเก้าอี้ซีอีโอของจ็อบส์ครั้งนี้จะเป็นผลดีกับแอปเปิล เพราะช่วยเปิดทางให้ทิม คุ้ก สามารถแสดงบทบาทซีอีโอโดยไม่ต้องอยู่ใต้เงาของจ็อบส์อีกต่อไป ซึ่งนับจากนี้ เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าคุ้กจะสามารถพาแอปเปิลไปในทิศทางใดในระยะยาว
     
       หลังการประกาศ มูลค่าหุ้นแอปเปิลตกลง 5% แต่ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นในที่สุด สาเหตุหนึ่งคือนักลงทุนบางส่วนมองว่าอัจฉริยภาพของจ็อบส์นั้นไม่มีใครสามารถแทนที่ได้ และได้แต่รอว่าอีก 2 ปีนับจากนี้ แอปเปิลจะได้รับผลกระทบใดจากการไม่มีจ็อบส์ในฐานะซีอีโอ
     
       Company Related Link :
       Apple